
เมื่อหน่วยทหารที่เคลื่อนที่อยู่ในพื้นที่การรบ ซึ่งอาจเป็นการนำกำลังไปลาดตระเวน หรือเคลื่อนที่ไปสมทบกับทหารอีกกลุ่มหนึ่ง เดินทางมาถึงพื้นที่ที่วิเคราะห์แล้วว่าน่าจะมีอันตราย จะขอให้หมู่สุนัขทหารที่เดินทางมาด้วย ตรวจสอบเส้นทางนั้นๆ โดยเมื่อผู้บังคับสุนัขทหาร มาดูพื้นที่ ซึ่งเป็นทางแคบ และบังคับให้เดินทางได้ทางเดียว อาจมีการวางกับระเบิดอยู่ ก็จะใช้สุนัขตรวจค้นทุ่นระเบิดและอุโมงค์ ตรวจเส้นทาง เมื่อสุนัขเดินไปเจอระเบิดฝังอยู่ก็จะนั่งเตือน ผู้บังคับสุนัขทหาร จะแจ้งผู้บังคับหมู่ฯ ให้ทราบ แล้วจึงแจ้งให้ทหารช่าง มาเก็บกู้หรือทำลายต่อไป
เมื่อผ่านทางแคบไปแล้ว ผู้บังคับหมู่ จะพิจารณาว่า เส้นทางที่จะไปเป็นป่าโปร่ง โล่ง อาจจะมีฝ่ายตรงข้ามซุ่มเพื่อทำร้าย จึงจะใช้สุนัขลาดตระเวน ในการตรวจสอบเส้นทาง หลังจากนั้น สุนัขทหาร ก็จะแจ้งเตือนว่า มีคนซุ่มอยู่ด้านหน้า อาจเกิดการปะทะ และมีฝ่ายตรงข้ามหลบหนี
ผู้บังคับหมู่ ก็จะใช้สุนัขสะกดรอย ติดตามไป โดยอาศัยสิ่งของของคนร้ายที่ทำหล่นไว้ หรือทิ้งไว้ เป็นต้นกลิ่น เพื่อดมตามหา จนพบฝ่ายตรงข้ามที่บาดเจ็บ หรือซ่อนตัวอยู่ จากนั้น ก็จะรายงานผลการปฏิบัติให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
สุนัขที่จะเข้ามาประจำการ จะต้องผ่านการฝึกหลักสูตร ผู้บังคับสุนัขทหาร ของโรงเรียนสุนัขทหาร ศูนย์การสุนัขทหาร กรมการสัตว์ทหารบก ซึ่งใช้เวลาเรียน 4 เดือน เมื่อจบแล้ว จะมาฝึกทบทวนที่กองพันสุนัขทหาร และจะต้องผ่านการตรวจสอบว่าสามารถไปปฏิบัติงานได้ จึงจะได้ออกทำงาน ส่วนใหญ่สุนัขทหาร จะเริ่มปฏิบัติภารกิจ เมื่อมีอายุได้ประมาณ 1 ปี และจะปฏิบัติภารกิจ ไปจนถึงอายุ 8 ปี จึงจะปลดประจำการ
"ยาม" - Google News
August 15, 2020 at 10:03AM
https://ift.tt/2E4uONM
รายงานพิเศษ : ภารกิจสุนัขทหาร เสียสละเพื่อชาติ - ช่อง 7
"ยาม" - Google News
https://ift.tt/3clUHUH
No comments:
Post a Comment